ผวาจับศึก พระเก๊ไม่กักตัวโควิดระบาด นั่งรถไฟไปกลับราชบุรี-เยาวราช รับกิจนิมนต์ทุกวัน

วันที่ 24 มี.ค. นายทศพล เผื่อนอุดม นายอำเภอบ้านโป่ง จ.ราชบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ พงศ์ประภาอำไพ ผกก.สภ.บ้านโป่ง นายวัลลภ เยี่ยมสมร ปลัดฝ่ายความมั่นคง สนธิกำลังตำรวจและฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบพระสงฆ์รูปหนึ่งภายในวัดชื่อดัง ต.หนองกบ อ.บ้านโป่ง หลังจากรับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านว่า

พบพระมีพฤติกรรมเดินทางไป กทม. เป็นประจำทุกวัน รวมไปถึงไม่ให้ความร่วมมือในการกักตัวเองตามนโยบายควบคุมโรคของรัฐบาล ตาม พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 จึงเกรงว่าจะเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสโควิด 19 มาแพร่กระจายสู่ชาวบ้าน

นายทศพล เผื่อนอุดม นายอำเภอบ้านโป่ง เปิดเผยว่า พระสงฆ์องค์ดังกล่าวได้ยื่นเอกสารสำเนาทะเบียนบ้านแสดงตัวตนว่าชื่อ นายสมชาย เพียรหาทอง อายุ 59 ปี ชาว อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี แต่เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดจากระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร พบว่าบุคคลในเอกสารได้เสียชีวิตไปตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2548 และเมื่อเปรียบเทียบภาพใบหน้าแล้วไม่ตรงกัน จึงทำการจับกุมตัวนำไปสึก เนื่องจากไม่มีเอกสารยืนยันแสดงตัวตนที่แท้จริง

สอบสวนทราบว่า พระรูปดังกล่าวทำการอุปสมบทที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ระนอง เมื่อปี 48 จากนั้นออกเดินธุดงค์ไปยังภาคอีสาน และสุดท้ายมาขอจำวัดอยู่ใน อ.บ้านโป่ง เมื่อปี 57 โดยในช่วงเวลา 04.00 น. ของทุกวัน พระรูปดังกล่าวจะนั่งรถไฟจากชุมทางหนองปลาดุก ต.หนองกบ อ.บ้านโป่ง เข้าไปรับกิจนิมนต์ในเขตเยาวราช กรุงเทพฯ และกลับมาตอนเที่ยง

เมื่อกลับมาที่วัดจะมีพฤติกรรมชอบเก็บตัวอยู่ในกุฏิด้านหลังวัด ไม่ค่อยเข้าสวดมนต์และทำกิจของสงฆ์ จนสุดท้ายชาวบ้านทนไม่ไหว แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบ จึงทำให้ทราบว่าเป็นพระปลอม
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่าพระรูปดังกล่าวเป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้ามาอยู่เมืองไทย อาศัยบวชเป็นพระสงฆ์เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม นำตัวส่ง สภ.บ้านโป่ง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป