ร้านค้าปิ้งย่างรำพึง กฎเกณฑ์ “นั่งได้โต๊ะละคน” เปิดไปก็ไม่คุ้มกับการลงทุน

เถ้าแก่บาร์บีคิว ปิ้งย่างบุฟเฟต์มีชื่อเสียงเมืองทิศเหนือฯ เปิดเผยยังไม่เปิดร้านให้นั่งรับประทาน เพราะเหตุว่ากฎเกณฑ์ “กินได้โต๊ะละ 1 คน” ไม่เหมาะสมกับร้านค้าจำพวกที่เก็บเงินเป็นรายหัว ทำไปก็ไม่คุ้ม

บ่ายวันที่ 2 พ.ค. ผู้รายงานข่าวเดินทางไปที่ร้านค้า “เอสบาร์บีคิว” ปิ้งย่างบุฟเฟต์ ตั้งอยู่เลขที่ 489/6 ถนนหนทางธรรมเจดีย์ เขตเทศบาลนครจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นห้องอาหารมีชื่อเมืองจังหวัดอุดรธานี จัดอยู่ในชนิด ปิ้ง ปิ้ง เนื้อ หมู แล้วก็อาหารทะเล แบบบุฟเฟต์ มีบุคลากรให้บริการจัดของกินส่งถึงโต๊ะ ราคาคนละ 209 บาท ซึ่งจัดอยู่ในจำพวกร้านค้าหมูกระทะ เนื้อย่าง ชาบู แต่ว่าวันนี้จำต้องปิดบริการแบบนั่งกินในร้านค้า ให้บริการแบบสั่งซื้อกลับไปเปลืองที่บ้าน ซึ่งทางร้านค้าได้จัดเจลล้างมือ จุดสั่งอาหาร และก็เก้าอี้คอยรับของกินที่สั่งห่างกัน 2 เมตร ตามมาตรฐานที่ระบุ

นายสุทัศน์ จันทรโคตร อายุ 42 ปี เถ้าแก่ เผยออกมาว่า เปิดร้าน “เอสบาร์บีคิว” ปิ้งย่าง แบบบุฟเฟต์ ตั้งแต่ปี 2548 มีทั้งผอง 80 โต๊ะ มีบุคลากร 50 คน เป็นพนักงานประจำ 20 คน บุคลากรพาร์ทไทม์รายวัน 30 คน มีลูกค้าเฉลี่ยแล้ววันละ 150-200 คน มิได้ให้ลูกค้าตักของกินเอง แม้กระนั้นจะพนักงานที่มีหน้าที่สำหรับบริการส่งของกินถึงโต๊ะ ร้านค้าถูกจัดอยู่ในประเภทเดียวกับร้านค้าหมูกระทะ เนื้อย่าง ชาบู ลูกค้าโดยมากจะมารับทานกันแบบครอบครัว และก็เพื่อนเกลอ

ภายหลังจากพบวิกฤติวัววิด-19 มีประกาศของทางจังหวัดให้ปิดบริการแบบนั่งโต๊ะกินที่ร้านค้า บุคลากรพาร์ทไทม์จำเป็นต้องหยุดดำเนินการ เหลือพนักงานประจำจำเป็นต้องหมุนวนกันมาดำเนินงาน เฉลี่ยแล้ววันละ 10 กว่าวัน เพื่อมาตระเตรียมของกินให้ลูกค้าสั่งกลับไปรับประทานบ้านวันแล้ววันเล่า ในเวลาที่ลูกค้าหายไป 70-80 เปอร์เซ็นต์

“ผ่านมา 1 เดือน รัฐบาลได้ลดหย่อนให้เปิดร้านของกินได้ แม้กระนั้นร้านค้าหมูกระทะ เนื้อย่าง ชาบู ให้ตั้งกินได้โต๊ะละ 1 คน ซึ่งที่ร้านค้าจัดอยู่ประเภทเดียวกันกับหมูกระทะ ก็น่าจะเปิดมิได้ เพราะว่าไม่คุ้มกับเงินลงทุน เนื่องจากว่าส่วนสำคัญของบุฟเฟต์หมายถึงกรุ๊ปครอบครัว กรุ๊ปเพื่อนเกลอ ลูกค้ามาใช้บริการโต๊ะละ 4-5 คน ถ้าเกิดให้มานั่งกินผู้เดียว ลูกค้าอาจจะไม่มาใช้บริการ เปิดไปก็คงจะไม่คุ้มกับทุน อาจจะจำเป็นต้องทำแบบสั่งกลับไปรับประทานบ้านก่อน ซึ่งยอดจำหน่ายตกลงไปปราว 70-80 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากจะเป็นลูกค้าขาประจำ สั่งกลับไปเปลืองที่บ้าน ก็ได้คนละอธิบายกาศ แม้กระนั้นกินที่ร้านค้าจะคุ้มมากยิ่งกว่าสั่งกลับไปเปลืองที่บ้าน แม้กระนั้นหากจะมาให้จัดโต๊ะห่างกัน 2 เมตร นั่งได้โต๊ะละ 1 คน ร้านค้าคงจะไม่จัด แล้วก็คงจะปลอดคนมานั่งกิน”

ดังนี้ ต้องการที่จะให้รัฐบาลตัดระเบียบแบบแผนใหม่ ย้ำในลักษณะจัดร้านค้า ให้ข้าราชการมาตรวจสอบ หากไม่ผ่าน ก็ให้ร้านค้าหยุดไป ซึ่งทางผู้ประกอบธุรกิจทำเป็นอยู่แล้ว ทางร้านค้ามีเจลแอลกอฮอล์ แล้วก็ที่วัดอุณหภูมิ บุคลากรใส่หน้ากากอนามัยทุกคน แม้กระนั้นหากมาบังคับใช้ให้นั่งกินโต๊ะละ 1 คน คงมิได้ ไม่มีลูกค้ามาใช้บริการอย่างเดิมแน่ ไม่กำเนิดผลดี

อย่างไรก็ดี ถ้าเกิดให้จัดโต๊ะนั่งรับประทานแบบครอบครัว ห่างกันโต๊ะละ 1-2 เมตร ร้านค้าสามารถเปิดได้ อย่างต่ำก็สามารถที่จะช่วยให้มีการว่าจ้างบุคลากรอีกเท่าตัวเป็น 20 คน ภาวนาให้รัฐบาลผ่อนผันให้เปิดบริการข้างในเดือนนี้ เนื่องจากว่าพนักงานประจำยังได้เงินจากประกันสังคม แต่ว่าบุคลากรพาร์ทไทม์ ซึ่งโดยมากเป็นผู้เรียน นิสิตไม่มีรายได้ ส่วนตนแบกภาระร้านค้าด้วยการจ่ายโบนัส รวมทั้งปรับเงินเดือนขึ้นให้บุคลากรมา 2 ปี เพราะว่าเศรษฐกิจไม่ดี ยิ่งมาพบวิกฤติวัววิ-19 เข้าไปอีกก็เลยจะต้องไปขอพักใช้หนี้ใช้สินที่แบงค์ไว้ก่อน