บุกป่าช้าขโมยศพ ทารกเมืองกาญจน์ แม่เผยเข้าฝันให้ช่วย

แก๊งขโมยศพบุกป่าช้าวัดถ้ำดาวดึงส์ จ.กาญจนบุรี ฉกศพทารกเพศหญิงในโลง หลังถูกฝังได้เพียง 2 วัน วิญญาณเฮี้ยนเข้าฝันพ่อแม่ ให้นำร่างกลับไปฝังที่บ้าน สุดท้ายความแตกเหลือแต่เพียงโลงเปล่า โร่แจ้งตำรวจให้ติดตามตัวคนร้าย แต่เรื่องกลับเงียบ ต้องวิ่งพึ่งเจ้าเข้าทรง คาดถูกนำไปทำพิธีไสยศาสตร์ ชุบให้เป็นกุมารี

เรื่องราวขโมยศพทารกเพศหญิงรายนี้ ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ว่า มีการขโมยศพเด็กทารกหญิงออกจากป่าช้าวัดถ้ำดาวดึงส์ หมู่ 6 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่วัดดังกล่าว โดยได้ขอพบกับพระอรรถพล อัตถพโร รักษาการเจ้าอาวาส แต่พระอรรถพลไม่อยู่ ไปปฏิบัติภารกิจในตัวเมือง

จากนั้นจึงได้เข้าพบกับพระสุรศักดิ์ อายุ 23 ปี พระลูกวัด และสามเณรวิชิต อายุ 14 ปี โดยทั้งสองต่างยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ต่อมาพระอรรถพลจึงได้เดินทางกลับมาถึงวัด พร้อมกับกล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ช่วงเย็นของวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง ซึ่งเป็นชาวบ้านในท้องถิ่น นำศพทารกเพศหญิงมาให้ทางวัดสวดพระอภิธรรม พร้อมกับนำศพของเด็กหญิงไปฝังไว้ในป่าช้าของวัด โดยมีชาวบ้านมาร่วมงานราว 10 คน

ต่อมาเมื่อวันที่ 19 ก.ย. สองสามีภรรยาคู่นี้ จึงได้เดินทางกลับมายังวัดอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับบอกว่า วิญญาณของลูกสาวได้มาเข้าฝันว่า อยากขอกลับไปอยู่ที่บ้านด้วย ดังนั้น จึงได้มาขุดเพื่อนำร่างกลับไปฝังที่บ้าน แต่ปรากฏว่า เมื่อขุดลงไปพบแต่เพียงโลงศพเปล่าๆ เท่านั้น โดยที่ไม่มีศพทารก และเมื่อสอบถามคนในวัด ก็ได้รับคำตอบว่า ไม่มีใครทราบเรื่อง

“อาตมาถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ที่ไปรบกวนศพ และไม่รู้ว่าเขาจะเอาศพไปทำอะไร ส่วนที่ว่าจะมีสัตว์เข้าไปขุดคุ้ย ก็ยิ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะหลุมฝังศพก็มีสภาพที่ปกติเช่นเดิม ถูกกลบฝังไว้เหมือนเดิมทุกอย่าง แต่พอขุดเอาโลงขึ้นมา กลับไม่พบศพ เชื่อว่าผู้ที่ขโมยไปน่าจะทำกันเป็นแก๊ง”

หลังจากสอบถามข้อมูล ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่หลุมฝังศพของทารกหญิงในป่าช้า ซึ่งพบว่า อยู่ห่างจากกุฏิพระราว 300 เมตร และจากการสังเกตพบว่า หลุมศพถูกขุดลึกลงไปราว 1 เมตร มีความกว้างประมาณ 80 ซม. ยาวประมาณ 1.20 เมตร ในหลุมยังพบโลงศพทำด้วยไม้กระดานขนาดกว้าง 30 ซม. ยาว 60 ซม. ภายในมีผ้าห่อศพกับขวดนม และกระป๋องแป้งเด็กวางอยู่ด้านใน โดยที่ไม่พบศพของทารกเพศหญิงแต่อย่างใด

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังสำนักงานกรมทางหลวง สาขา อ.ไทรโยค เพื่อพบกับนายสุชิน สุขประเสริฐ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110/3 หมู่ 2 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ลูกจ้างชั่วคราวของกรมทางหลวง สาขา อ.ไทรโยค ซึ่งเป็นพ่อของเด็กหญิงที่เสียชีวิต โดยนายสุชิน กล่าวว่า หลังจากอยู่กินกับนางสนิด ระเลิศ อายุ 42 ปี ภรรยา ได้ประมาณ 17 ปี จึงได้มีลูกฝาแฝดเพศหญิงด้วยกัน 2 คน ซึ่งขณะนี้อายุได้ 14 ปี

ต่อมาเมื่อ 8 เดือนที่ผ่านมา ภรรยาได้ตั้งท้องอีก จนเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ตนและภรรยาได้ไปเผาฟืนในป่าซึ่งอยู่ใกล้บ้าน แต่ภรรยาเกิดลื่นล้ม และมีอาการเสียดท้อง จึงพาไปรักษาอาการที่ รพ.พหลพลพยุหเสนา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยแพทย์ได้ทำการตรวจ พร้อมกับให้ยามารับประทาน และอนุญาตให้เดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้านได้ จากนั้นในวันรุ่งขึ้น ภรรยาก็เจ็บท้องอีก ตนจึงนำตัวไปรักษาที่ รพ.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และแพทย์ได้ตรวจสอบครรภ์อีกครั้ง พร้อมกับให้เดินทางกลับบ้านอีกเช่นเดิม

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ภรรยากลับเจ็บท้องที่ตั้งครรภ์อีกครั้ง คราวนี้มีอาการรุนแรงและเจ็บปวดมาก ดังนั้น จึงต้องรีบนำตัวส่ง รพ.พระปิยมหาราชรมณียเขต ซึ่งเป็นโรงพยาบาลใกล้บ้าน เมื่อไปถึงโรงพยาบาล แพทย์ได้ตรวจท้องอีกครั้ง และภรรยาก็ได้คลอดทารกเพศหญิงออกมา แต่พบว่าเด็กได้เสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้ว ซึ่งเป็นการคลอดออกมาเองตามปกติธรรมชาติ และเด็กมีอวัยวะครบถ้วนทุกประการ ตนและภรรยาจึงนำศพทารกกลับมาไว้ที่บ้าน 1 คืน ก่อนนำไปทำพิธีสวดพระอภิธรรมที่วัดถ้ำดาวดึงส์ เมื่อวันที่ 17 ก.ย. พร้อมกับทำการฝังในป่าช้าวัด

“ผมเสียใจมาก ที่เสียลูกคนนี้ไป ดังนั้น จึงทำโลงไม้อัดขึ้นมาเองกับมือ เมื่อทำพิธีทางศาสนาเสร็จ จึงนำศพลูกสาวไปฝังในป่าช้า จากนั้นก็กลับมาพักผ่อนที่บ้าน พอตกกลางคืนภรรยาก็ฝันเห็นวิญญาณของลูกสาวว่า อยากกลับมาอยู่ใกล้ๆ พ่อกับแม่ และฝันแบบนี้ 2 คืนติดต่อกัน ทำให้ตนเอะใจ พอรุ่งเช้าวันที่ 19 ก.ย. ตนและภรรยาจึงก็รีบเดินทางกลับไปที่วัดอีกครั้ง และช่วยกันขุดหลุมศพของลูก ปรากฏว่า พบเพียงโลงศพเปล่าเท่านั้น แต่ที่น่าแปลกใจมากก็คือ ฝาโลงกลับถูกตอกตะปูไว้ทั้ง 4 มุม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ตนไม่ได้ตอกตะปูฝาโลงเลย”

นายสุชิน กล่าวอีกว่า เมื่อทราบว่าศพลูกสาวหาย ได้ไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อให้ช่วยสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น แต่จนถึงวันนี้ตำรวจก็ยังไม่ได้เดินทางมาตรวจสอบแต่อย่างใด ทำให้ภรรยาต้องออกไปพึ่งร่างทรงเจ้าตามที่ต่างๆ เพื่อถามหาศพลูกว่าอยู่ที่ไหน ซึ่งร่างทรงทุกแห่งต่างก็พูดตรงกันว่า มีชาย 2 คน ได้มาขุดศพลูกสาวไป โดยคนแรกสวมเสื้อสีเขียว อีกคนสวมเสื้อสีแดง และนำศพไปซ่อนเอาไว้ในที่อย่างดี เพื่อรอทำพิธีกรรมปลุกเสกให้เป็นกุมารี อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คนทั้งหมู่บ้านก็แปลกใจมาก และต้องการทราบว่า ใครที่เป็นผู้มาแอบมาขุดเอาศพลูกของตนไป

นายสุชิน กล่าวอีกว่า หลังเกิดเรื่อง นายสำเนา เจริญเกตุ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ร่วมกับชาวบ้านได้จัดเวรยามเฝ้าภายในหมู่บ้านตลอด 24 ชม. เพื่อดูความเคลื่อนไหวของบุคคลต้องสงสัย รวมทั้งชายแปลกหน้า ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นานเรื่องนี้ต้องกระจ่างอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ก็เคยเกิดคดีประหลาดในพื้นที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี มาแล้วครั้งหนึ่ง โดยจะมีขบวนการนำศพเด็ก ไปทำพิธีทางไสยศาสตร์ และเคยเกิดเป็นข่าวโด่งดังทางหน้าหนังสือพิมพ์มาแล้ว ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว มีความคล้ายคลึงกัน อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่ต่างมีความเชื่อว่า ศพเด็กที่ถูกขุดไป น่าจะถูกนำไปทำพิธีทางไสยศาสตร์เหมือนกับในสมัยก่อน ที่มีการใช้ศพเด็กชายไปปลุกเสกเพื่อทำเป็นกุมารทอง ส่วนศพเด็กหญิงที่ถูกขโมยไป ก็น่าจะนำไปทำเป็นกุมารี