กกท.จัด”สนามพรุค้างคาว”กักตัวกลุ่มเสี่ยงโควิด-19

“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยมาตรการควบคุม เฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ ไวรัสโควิด-19 ว่า ขณะนี้การแพร่ระบาดในประเทศไทยก็ยังคงมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละวันทั่วทุกภาค

ดร.ก้องศักด กล่าวต่อว่า ในส่วนของภาคใต้ นั้น กกท. โดย สำนักงาน กกท. ภาค 4 จ.สงขลา เราได้ประสานความร่วมมือกับ จ.สงขลา โดย นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในการจัดเตรียมสถานที่สำหรับไว้รองรับผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไว้ที่สนามกีฬาเมืองหลักภาคใต้ (พรุค้างคาว) ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งภายในสนามแห่งนี้ มีหอพักนักกีฬา 77 ห้อง, ห้องประชุม 2 ห้อง และห้องโภชนาการ 1 ห้อง โดย กกท. ได้มอบหมายให้ นายพรรณภพ อุ่นเสียม ผู้อำนวยการสำนักงาน กกท. ภาค 4 (สงขลา) ดำเนินการจัดเตรียมพื้นที่ด้วยการทำความสะอาดในอาคารหอพักนักกีฬา รวมทั้งการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบริเวณโดยรอบเพื่อใช้เป็นสถานที่กักตัวบุคคลเพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยกลุ่มบุคคลกลุ่มแรกคือนักศึกษาที่เดินทางกลับจากประเทศปากีสถาน จำนวน 20 คน จะถูกกักตัวตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.63

“ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจในการให้บริการประชาชนในพื้นที่ จ.สงขลา และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งในสถานการณ์แบบนี้ เราทุกคนและทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือร่วมใจกันเพื่อกำจัดและเอาชนะวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ไปให้ได้โดยเร็ว” บิ๊กก้อง กล่าว