ตำนานของ Hope Diamond “เพชรต้องคำสาป” ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก

ข่าวล่าสุด

เพชรโฮป (Hope Diamond) เพชรที่มีราคาแพงที่สุดในโลกด้วยมูลค่ากว่า 250 ล้านเหรียญสหรัฐ มีน้ำหนัก 45.52 กะรัต (9.10 กรัม) เพชรโฮปมีลักษณะเฉพาะที่หาดูได้ยาก โดยหากมองด้วยตาเปล่าเห็นจะเป็นสีน้ำเงิน เพราะในโครงสร้างผลึกมีธาตุโบรอนเป็นส่วนประกอบ แต่หากนำมาอาบแสงอัลตราไวโอเล็ตจะเรืองแสงสีแดง

ประวัติความเป็นมาของเพชรโฮป เริ่มจากพ่อค้าชาวฝรั่งเศส “จอง แบปทิส ทาเวอร์เนีย” (Jean Baptiste Tavernier) ได้ซื้อเพชรดิบน้ำหนัก 112 3/16 กะรัต จากเหมืองคอลเลอ (Kollur) เมืองกอลคอนดา (Golconda) ประเทศอินเดีย แล้วนำมาถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในปี พ.ศ. 2211

พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้มีบัญชาให้ช่างเพชรแห่งราชสำนักเจียระไนเพชรเม็ดนี้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามว่า “Blue Diamond of the Crown” หรือ “French Blue” ซึ่งถูกนำไปตกแต่งบนสายสะพายเครื่องอิสริยาภรณ์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 พื่อใช้สวมใส่ในงานพิธีการต่างๆ

ต่อมาเพชรเม็ดนี้ได้ตกทอดมาสู่ พระนางแมรี่ อังตัวเนตต์ (Marrie Antoinette) ซึ่งภายหลังจากเกิดการปฏิวัติฝรั่งเศส เพชรเม็ดนี้ก็ได้สูญหายไป

ต่อมาในปี พ.ศ.2373 เพชรโฮปก็ได้ปรากฎตัวขึ้นมาอีกครั้ง โดย “เฮนรี่ ฟิลิป โฮป” (Henry Philip Hope) ได้ซื้อเพชรเม็ดนี้ไว้ และหลังจากนั้นเขาก็ได้เสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2382 ทำให้เพชรแห่งความหวังตกทอดไปสู่ตระกูลโฮป

ต่อมาในปี พ.ศ.2449 เพชรโฮปได้ถูกขายโดยครอบครัวของคนตระกูลโฮป ให้กับ “จาคส์ เซลอท” ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายเพชรชาวเปอร์เซีย ซึ่งต่อมาเขาได้ฆ่าตัวตาย

เพชรโฮปถูกซื้อโดย เจ้าชายคานิตอฟกีแห่งรัสเซีย เพื่อมอบให้แก่นางสนมชาวฝรั่งเศส เพื่อใส่ไปแสดงละครที่ฟัวเยร์เบอร์เกร์ แต่ขณะที่เธอกำลังแสดงอยู่นั้นเจ้าชายก็ทรงปลิดชีพเธอด้วยอาวุธปืน แต่ในอีกสองวันต่อมาพระองค์ก็ถูกปลงพระชนม์โดยนักปฏิวัติชาวรัสเซีย

เพชรถูกขายให้กับเศรษฐีชาวอียิปต์ โดยต่อมาครอบครัวดังกล่าวก็เสียชีวิตทั้งหมดเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุเรือสำราญชนกันที่สิงคโปร์

เพชรโฮปได้ถูกขายให้กับสุลต่านแห่งตุรกี ต่อมานายหน้าที่เป็นคนขายเพชรพร้อมภรรยาและลูกได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ตกหน้าผา

ทางด้านสุลต่านแห่งตุรกี ได้ทรงมอบเพชรเม็ดนั้นให้แก่พระสนม ต่อมาสุลต่านแห่งตุรกีถูกกระทำรัฐประหาร ในระหว่างนั้นทหารฝ่ายรัฐประหารได้ทำกระสุนลั่นพลาดไปโดนนางสนมที่ครอบครองเพชรโฮป ส่วนสุลต่านถูกเนรเทศและขันทีผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาเพชรเม็ดดังกล่าวก็ถูกจับแขวนคอ

ในเวลาต่อมาบริษัทคาร์เทียร์ได้ตัดสินใจซื้อเพชรโฮปเม็ดนั้นไว้ แล้วนำไปขายต่อให้กับ ครอบครัวแมคลีน (McLean) อาถรรพ์ที่เกิดกับพวกเขาก็คือบุตรชายวัยแปดขวบของพวกเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชน บุตรสาวและหลานสาวของพวกเขา ก็ตายเนื่องจากใช้ยาบาบิตูเรตเกินขนาด ส่วน เอ็ดเวิร์ด แมคลีน มีอาการคลุ้มคลั่ง วิกลจริต และเสียชีวิตในโรงพยาบาลโรคจิตแห่งหนึ่ง

ในท้ายที่สุด แฮรี่ วินสตัน (Harry Winston) พ่อค้าเพชรชาวนิวยอร์ก ได้ตัดสินใจที่จะซื้อเพชรโฮป และมอบให้แก่สถาบัน สมิธโซเนียน (Smithsonian Institute) ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งหลังจากนั้นเพชรโฮปก็ไม่ได้สำแดงเหตุการณ์ร้ายๆ ขึ้นอีก ทำให้คำสาปแช่งยุติลงแค่นั้น

เพชรทุกเม็ดล้วนมีความเป็นตัวตนของตัวเอง อย่างน้อยที่สุดรายละเอียดที่ปรากฎบนใบเซอร์นั้นคือการจำเพาะตัวตนของเพชรเม็ดนั้นๆ และย่อมไม่เหมือนกับเพชรเม็ดอื่น หากคุณกำลังมองหาแบบแหวนแต่งงาน ที่ร้าน Above Diamond ที่นี่มีทั้งแบบแหวนแต่งงานและเพชรแท้ดีๆ ให้คุณเลือกไปเป็นตำนานส่วนตัวของคุณ

เครดิตภาพ https://th.wikipedia.org/wiki/เพชรโฮป